thansettakij
thansettakij
เมื่อความสุขไม่ได้วัดแค่ตัวเลขในบัญชี

เมื่อความสุขไม่ได้วัดแค่ตัวเลขในบัญชี

24 พ.ค. 69 | 02:07 น.
อัปเดตล่าสุด :24 พ.ค. 69 | 02:12 น.

ช่วงชีวิตวัยทำงานคนเรามักจะทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างฐานะ ดูแลครอบครัว และจัดการภาระหน้าที่ที่รุมเร้า จนทำให้ “การวางแผนหลังเกษียณ” ถูกจัดลำดับความสำคัญไว้เป็นเรื่องสุดท้าย

เพราะมองว่าเป็นอนาคตที่ยังอยู่อีกไกลครับ แต่เวลาไม่เคยรอใครครับ เมื่อเวลาหมุนผ่านไปจนเราก้าวเข้าสู่ช่วงวัยแห่งการพักผ่อนจริง ๆ เราจะเริ่มตระหนักว่าเรื่องการเงินไม่ใช่แค่การมีเงินเก็บให้พอใช้ แต่มันคือการบริหารจัดการให้มีพอใช้ไปอีกยาวนานครับ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ขณะที่นวัตกรรมทางการแพทย์ช่วยให้เรามีอายุเฉลี่ยที่ยืนยาวกว่าคนรุ่นก่อนมาก การเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้จริง ๆ

หลายคนอาจกังวลว่าเมื่อรายได้หลักลดลง โอกาสในการเก็บเงินจะหมดไป แต่ผมกลับมองว่าช่วงวัยนี้แหละครับคือนาทีทองของการจัดหมวดหมู่การใช้เงินใหม่ให้ลงตัว เพราะภาระหนักในอดีตเริ่มเบาตัวลง ไม่ว่าจะเป็นค่าเล่าเรียนลูกหรือหนี้สินก้อนโต

เมื่อความสุขไม่ได้วัดแค่ตัวเลขในบัญชี Healthcare Insight โดย ธานี มณีนุตร์

ทำให้เราสามารถหันมาโฟกัสกับการใช้เงินเพื่อสร้างความสุขและดูแลตัวเองได้เต็มที่ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงไม่ได้อยากแค่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านเฉย ๆ ให้เหงาไปวัน ๆ แต่ยังอยากมีชีวิตที่สนุก ยืนเดินคล่องตัว ได้ออกไปเที่ยวหรือทำสิ่งที่รักใช่ไหมครับ และแน่นอนว่าการจะทำให้เกิดขึ้นได้ก็ต้องมีความมั่นคงทางการเงินครับ

หัวใจสำคัญของการมีชีวิตที่อุ่นใจไม่ใช่การถือเงินก้อนโตเพียงอย่างเดียว แต่คือการบริหารเงินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ ทั้งการวางแผนใช้จ่ายในแต่ละเดือนและการแบ่งเงินสำรองไว้ดูแลสุขภาพ บทความนี้ผมจึงตั้งใจชวนทุกท่านมาพูดถึงเรื่องการจัดการเงินแบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน

เพราะผมเชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ขอเพียงแค่เข้าใจธรรมชาติของรายจ่ายและมีวินัยในการจัดสรรเงินอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ชีวิตหลังเกษียณของเราก็จะเต็มไปด้วยความสุข ความมั่นคง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายในแบบที่เราต้องการแล้วครับ

เมื่อความสุขไม่ได้วัดแค่ตัวเลขในบัญชี Healthcare Insight โดย ธานี มณีนุตร์

สูตรลับบริหารเงินหลังเกษียณ

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ รายได้อาจลดลง แต่รายจ่ายยังคงมีต่อเนื่อง ดังนั้นหัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การใช้เงินให้เป็นมากกว่าการประหยัดแบบกดดันตัวเองครับ ลองเปลี่ยนเป้าหมายจากการสะสมมาเป็นการดูแลรายรับ-รายจ่ายให้ลงตัว โดยอาจปรับใช้กฎ 50/30/20 ให้เข้ากับชีวิตวัยเกษียณ

โดยแบ่งเงินส่วนใหญ่ไว้สำหรับเรื่องจำเป็นอย่างอาหารและสุขภาพ รองลงมาคือการให้รางวัลตัวเองด้วยความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ และที่สำคัญต้องไม่ลืมกันอีกส่วนไว้เป็นเงินสำรองครับ วิธีนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมการเงินชัดเจนขึ้น ควบคุมทุกอย่างได้อยู่หมัดโดยไม่ต้องรู้สึกกดดันตัวเองจนเกินไป

ในขณะเดียวกันการลดค่าใช้จ่ายจุกจิกที่ไม่ได้จำเป็นจริง ๆ ก็ช่วยได้มากครับ ให้เลือกจัดลำดับความสำคัญของรายจ่าย โดยเน้นใช้เงินซื้อความสะดวกและสุขภาพมากกว่าการประหยัดจนกระทบคุณภาพชีวิต ให้ความสำคัญกับค่าอาหารที่ดีและค่าตรวจเช็กร่างกายเป็นอันดับแรก เพราะการป้องกันมักมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการรักษาเสมอ ควบคู่ไปกับการหมั่นสำรวจและตัดรายจ่ายแฝงที่ไม่จำเป็นออก เช่น ค่าสมาชิกบริการต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อเปลี่ยนเงินส่วนนั้นมาเป็นงบสำหรับงานอดิเรกที่สร้างความสุขใจแทนครับ

สุดท้ายสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการมีเงินสำรองฉุกเฉินครับ ต้องยอมรับว่าเรื่องสุขภาพวัยเกษียณอาจมีเหตุให้ต้องใช้จ่ายได้ทุกเมื่อ การมีเงินสำรองเผื่อไว้สัก 6-12 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน จะเป็นเหมือนเบาะนุ่มที่คอยรองรับให้เรารับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ ช่วยให้การใช้ชีวิตในทุก ๆ วันเต็มไปด้วยความสบายใจ และก้าวเดินต่อไปได้อย่างสง่างามในวัยเกษียณครับ

เมื่อความสุขไม่ได้วัดแค่ตัวเลขในบัญชี Healthcare Insight โดย ธานี มณีนุตร์

ไอเดียสร้างเงินแบบไม่ต้องเสี่ยงมาก

สำหรับไอเดียการสร้างรายได้ในวัยนี้ ผมอยากให้มองเรื่องความสุขนำเงินครับ เราไม่จำเป็นต้องเอาเงินก้อนไปเสี่ยงลงทุนในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ แต่ให้เน้นการใช้ทักษะที่มีอยู่เดิมมาต่อยอด เช่น ใครที่ทำอาหารอร่อย งานฝีมือเก่ง หรือมีความรู้เฉพาะทางที่สะสมมาทั้งชีวิต ลองนำมาแบ่งปันผ่านโลกออนไลน์ดูครับ

เดี๋ยวนี้มีแพลตฟอร์มอย่าง Facebook หรือ TikTok ที่ใช้งานง่ายมาก เราแค่ใช้มือถือเครื่องเดียวแชร์ความรู้หรือโชว์ผลงาน รายได้อาจจะเริ่มจากหลักร้อยหลักพัน แต่มันคือเงินที่เข้าสม่ำเสมอและที่สำคัญคือทำให้เราได้เห็นคุณค่าในตัวเองทุกวันครับ

สิ่งที่ผมอยากแนะนำคือให้มองหาช่องทางที่ความเสี่ยงต่ำและไม่ต้องลงแรงจนเหนื่อยเกินตัวครับ เช่น การขายของที่เน้นเฉพาะกลุ่ม หรือการรับเป็นที่ปรึกษาเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเน้นการใช้เครื่องมือยุคใหม่มาช่วยเบาแรงเพื่อให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้นโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน แนวคิดนี้คือการทำสิ่งที่รักให้กลายเป็นเงินพอประมาณ แต่ได้สังคมและมิตรภาพใหม่ ๆ กลับมาด้วย เป็นการใช้ชีวิตดิจิทัลแบบสมวัยที่ทั้งสนุกและอุ่นใจเรื่องรายได้ไปพร้อมกันครับ

สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะวางแผนการเงินหรือหารายได้เสริมเก่งแค่ไหน เป้าหมายสูงสุดก็คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ ในปัจจุบันจึงมีทางเลือกในการใช้ชีวิตหลังเกษียณที่ครบวงจรมากขึ้นอย่าง เนอร์สซิ่งโฮม สถานดูแลและพักฟื้นสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นมากกว่าแค่ที่พัก เป็นสังคมใหม่ที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลทั้งสุขภาพกายและใจ

มีกิจกรรมที่ช่วยให้ไม่เหงา และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่ช่วยลดความกังวลเรื่องภาระการดูแลตัวเอง ทำให้เราสามารถใช้เวลาไปกับการทำสิ่งที่รักและสนุกกับชีวิตวัยเกษียณได้อย่างเต็มที่ โดยมีคนคอยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลังตลอด 24 ชั่วโมงครับ